Go to English Page | Exchange Rate | Map

เลือกชมสินค้า | ติดต่อ | ดาวน์โหลด

  1. พระพุทธรูป(ไทย)
  2. องค์เทพไทย และ พระมหาราช
  3. องค์เทพอินเดีย
  4. องค์เทพ(จีน)
  5. ฉัตรแขวน ฉัตรกลางแจ้ง ฉัตรตั้ง ฉัตรแป้น
  6. เครื่องตั้งบูชา(ทองเหลือง)
  7. สิ่งประดิษฐ์(ไม้)
  8. สิ่งประดิษฐ์(เครื่องมุก)
  9. สิ่งประดิษฐ์(ไฟเบอร์กลาส)
  10. กระดิ่ง
  11. ระฆัง ทองเหลือง และ ระฆังหัวระเบิด
  12. กลองเพล สบัดไชย มโหระทึก และ กลองยาว
  13. ฆ้อง
  14. ตะเกียงน้ำมัน และอุปกรณ์สแตนเลส
  15. โคมไฟฟ้า
  16. โคมเวียนเทียน
  17. เจดีย์ Acrylic ต่างๆ
  18. ผอบ Acrylic ต่างๆ
  19. มณฑป
  20. ฐานเสริม พระพุทธรูป หรือ เจดีย์
  21. เครื่องตบแต่ง เพื่อเพิ่มความสวยงาม
  22. โกษไฟเบอร์
  23. รูปเหมือนเกจิอาจารย์ ไฟเบอร์
  24. รูปเหมือนเกจิอาจารย์ ทองเหลือง
  25. สัตว์ในตำนาน
  26. ลูกนิมิต และ เครื่องใช้
  27. ดาว ค้างคาว ประดับโบสถ์
  28. กระจกสี ทองคำ ทองเค กาว
  29. องค์ลอย งานฉีด แบบที่มีแล้ว
  30. เครื่องตั้งศาล พระภูมิ และ เจ้าที่
  31. ย่าม ตาลปัตร
  32. เครื่องบวช และ เครื่องกฐิน
  33. ต้นเทียน และ กรวย
  34. เหรียญปั้ม
  35. ตุ๊กตากระเบื้อง งานสวยพิเศษ
  36. รอยพระบาท
  37. หงส์ สำหรับเสาไฟฟ้า
  38. ตัวอย่าง เครื่องลายคราม ชุดน้ำชา ชุดบูชา ลายเบญจรงค์ และอื่นๆ
  39. สินค้าอื่นๆ

*********

กดที่ Logo กลับไปหน้าแรก

Click Logo back

to first page

**********

02-2224800

02-2220550

02-2239119

02-2219660

02-2258602

02-2218952

FAX 02-225-8600

หรือ 02-225-2339

**********

ช่วงเวลาทำงาน

วันจันทร์ ถึง วันเสาร์

เวลาทำการ 8:00-18:30

วันอาทิตย์

เวลาทำการ 8:00-15:00

ร้านหยุด

ทุก วันอาทิตย์ สิ้นเดือน

**********

มือถือไม่สะดวก

กรุณาอย่าโทรเข้ามือถือ

**********

แผนที่มาร้าน

(QR Code)

**********

Go to English Page | Exchange Rate

 

พระพุทธเจ้า

พร้อม เบญจวัคคีย์ ทั้ง 5

 

รูปที่ 1

เป็นภาพรวมครบชุด

 

องค์ที่ 1

พระพุทธเจ้า หน้าตัก 74 นิ้ว

สูง 290 กว้าง 205 ลึก 108 ซม

Code12SellTAKRQZZDS

 

องค์ที่ 2

รูปเหมือน เบญจวัคคี พระอัสสชิ

สูง 103 กว้าง 83 ลึก 72 ซม

Code12SellBXRQZXGX

 

องค์ที่ 3

รูปเหมือน เบญจวัคคี พระภัททิยะ

สูง 103 กว้าง 83 ลึก 72 ซม

Code12SellBXRQZXGX

 

องค์ที่ 4

รูปเหมือน เบญจวัคคี พระมหามานะ

สูง 103 กว้าง 83 ลึก 72 ซม

Code12SellBXRQZXGX

 

องค์ที่ 5

รูปเหมือน เบญจวัคคี พระวัปปะ

สูง 103 กว้าง 83 ลึก 72 ซม

Code12SellBXRQZXGX

 

องค์ที่ 6

รูปเหมือน เบญจวัคคี พระอัญญาโกณฑัญญะ

สูง 103 กว้าง 83 ลึก 72 ซม

Code12SellBXRQZXGX

 

 

********************************************

พระพุทธรูปปาง : ทรงโปรดเบญจวัคคีย์

และ พระพุทธรูปปาง : ทรงแสดงปฐมเทศนา

ทรงโปรดอุปกาชีวก

เสด็จพระพุทธดำเนินไปโปรดเบญจวัคคีย์
พบอุปกาชีวกในระหว่างทาง
เมื่อทรงรับอาราธนาของท้าวสหัมบดีพรหม ตั้งพระทัยจะประดิษฐานพระพุทธศาสนาแสดงพระธรรมสั่งสอนชาวโลกสืบไปด้วยดี ครั้นแล้วพระพุทธเจ้าทรงพิจารณาถึงบุคคลที่พระองค์จะเสด็จไปโปรด เมื่อคำนึงว่าจะแสดงธรรมแก่ใครก่อน ทรงมองเห็นภาพของดาบสทั้งสอง ที่พระองค์เคยเสด็จไปทรงศึกษาอยู่ด้วย คืออาฬารดาบส และอุทกดาบส แต่ทั้งสองท่านนั้นก็สิ้นชีพเสียแล้ว และไปบังเกิดใน อรูปพรหม ซึ่งไม่สามารถแสดงธรรมให้ได้ ทรงเห็นเบญจวัคคีย์ว่ายังมีชีวิตอยู่ จึงทรงตั้งพระทัยเสด็จไปโปรดเบญจวัคคีย์เป็นอันดับแรก
เบญจวัคคีย์ หรือปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 พำนักอยู่ที่ป่าอิสิปตนมิคทายวัน (หรือที่ทุกวันนี้เรียกว่า สารนาถ ซึ่งอยู่ในเขตแดนเมืองพาราณสี) พระพุทธองค์จึงดำเนินไปด้วยพระบาทตลอด 18 โยชน์ (288 กิโลเมตร) โดยไม่ประสงค์ใช้อิทธิฤทธิ์ ระหว่างทาง เมื่อเสด็จถึงแม่น้ำคยา อันเป็นที่สุดเขตตำบล ของสถานที่ตรัสรู้ พระพุทธเจ้าได้ทรงพบอาชีวกผู้หนึ่งนามว่า "อุปกะ" เดินสวนทางมา (อาชีวก คือนักบวชนอกศาสนาพุทธนิกายหนึ่งในสมัยนั้น)



ตอนที่เดินยังไม่เข้าใกล้ และได้เห็นพระพุทธเจ้านั้น อาชีวกผู้นี้ได้เห็นพระรัศมีที่แผ่ซ่านออกจากพระวรกายพระพุทธเจ้ามากระทบเข้าที่หน้าตนก่อน พระรัศมีนั้น เรียกว่า "ฉัพพรรณรังสี" คือ พระรัศมี ๖ ประการที่ซ่านออกจากพระวรกายของพระพุทธเจ้า ได้แก่
๑. นีละ สีเขียวเหมือนดอกอัญชัน
๒. ปีตะ สีเหลืองเหมือนหรดาลทอง
๓. โลหิตะ สีแดงเหมือนแสงตะวันอ่อน
๔. โอทาตะ สีขาวเหมือนแผ่นเงิน
๕. มัญเชฐะ สีแสดเหมือนดอกหงอนไก่
๖. ประภัสสระ สีเลื่อมพรายเหมือนแก้วผลึก
(มาถึงสมัยหลัง มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้น ได้สร้างสัญลักษณ์แทนฉัพพรรณรังสีนี้ขึ้น เรียกกันว่า "ประภามณฑล" คือ พระรัศมีที่พุ่งขึ้นจากเบื้องพระเศียรที่เป็นรูปกลมรีขึ้นข้างบนนั่นเอง)


พอพระพุทธเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ อาชีวกจึงได้เห็นที่มาของพระรัศมี พอเห็นก็เกิดความสนใจจึงเข้าไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ใครเป็นพระศาสดาของท่าน พอพระพุทธเจ้าตรัสว่า พระองค์ไม่มีศาสดาผู้เป็นครูสอน พระพุทธองค์เป็นสยัมภู คือ ผู้ตรัสรู้ธรรมด้วยพระองค์เอง อาชีวกได้ฟังแล้วแสดงอาการสองอย่าง คือ สั่นศีรษะ และแลบลิ้น แล้วเดินหลีกพระพุทธเจ้าไป


ทรงโปรดเบญจวัคคีย์
พระพุทธเจ้าเสด็จถึงป่าอิสิปตนะ
เบญจวัคคีย์เห็นแต่ไกล แต่นัดกันว่าจะไม่ต้อนรับพระพุทธองค์
เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวันในเย็นวันเดียวกันนั้น ขณะนั้นพวกเบญจวัคคีย์ ซึ่งมีโกณฑัญญะเป็นหัวหน้ากำลังสนทนากันอยู่ เรื่องที่สนทนากันก็เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าโดยตรงว่า นับตั้งแต่ผละหนีจากพระพุทธเจ้ามาก็นานแล้ว ป่านนี้จะประทับอยู่ที่ไหน จะทรงระลึกถึงพวกตนอยู่หรือไม่



ทันใดนั้น เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ ก็เห็นพระฉัพพรรณรังสี สว่างรุ่งเรืองมาแต่ไกล เมื่อเหลียวแลตามลำแสงพระรัศมี ก็เห็นพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จดำเนินมา ทั้ง ๕ จึงนัดหมายกันว่าจะไม่รับเสด็จพระพุทธเจ้า และจะไม่ถวายความเคารพ คือ จะไม่ลุกขึ้นออกไปรับบาตรและจีวร จะปูแต่อาสนะถวายให้ประทับนั่ง จะไม่ถวายบังคม แต่ต่างจะนั่งอยู่เฉยๆ ทำเป็นไม่รู้ ไม่สนใจว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมา
แต่ครั้นพอพระพุทธเจ้าเสด็จมาถึงจริง เบญจวัคคีย์ทั้งหมดต่างลืมนัดหมายกันเสียสิ้น เพราะต่างก็ลุกขึ้นรับเสด็จ ถวายบังคม และรับบาตรและจีวรด้วยความเคารพอย่างแต่ก่อนที่เคยทำมา ผิดแต่ว่า เวลาทั้ง ๕ กราบทูลพระพุทธเจ้านั้นได้ใช้ถ้อยคำที่พวกตนไม่เคยใช้มาก่อนเท่านั้น
เบญจวัคคีย์ใช้โวหารเรียกพระพุทธเจ้าว่า "อาวุโส โคดม" คำท้าย คือ โคดม หมายถึงชื่อตระกูลของพระพุทธเจ้า ส่วน อาวุโส เป็นคำเดียวกับที่คนไทยเรานำมาใช้ในภาษาไทย ผิดแต่หมายต่างกันในทางตรงกันข้าม ภาษาไทยใช้และหมายกับผู้สูงอายุ และคุณวุฒิ แต่ภาษาบาลีใช้เรียกบุคคลผู้อ่อนทั้งวัยและวุฒิ คือ เป็นคำที่ผู้ใหญ่ใช้เรียกผู้น้อย "อาวุโส" จึงเท่ากับคำว่า "คุณ" ในภาษาไทย ซึ่งไม่สุภาพ



พระพุทธรูปปางทรงโปรดเบญจวัคคีย์ เป็นพระพุทธรูป ประทับนั่งสมาธิ พระเนตรมองไปยังเหล่า เบญจวัคคีย์ ที่เฝ้าอยู่เบื้องพระพักตร์
พระพุทธเจ้าจึงตรัสเตือนสติเบญจวัคคีย์ว่า เคยใช้โวหารนี้กับพระองค์มาก่อนหรือไม่ เมื่อเบญจวัคคีย์ได้สติ พระพุทธเจ้าจึงตรัสเล่าให้ฟังว่า พระองค์ได้บรรลุความเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ที่เสด็จมาที่นี่ก็เพื่อจะมาแสดงธรรมโปรดนั้นเอง พระศาสดาได้ตรัสปลอบใจให้เบญจวัคคีย์เชื่อในการตรัสรู้ของพระองค์ เบญจวัคคีย์จึงได้เกิดความสนใจที่จะฟังธรรม


พระพุทธรูปปาง : ทรงแสดงปฐมเทศนา
ทรงสำแดงปฐมเทศนา ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
โปรดเบญจวัคคีย์

ครั้นถึงวันอาสาฬปุณณมี วันที่พระพุทธเจ้าจะทรงแสดงธรรม "ปฐมเทศนา" นั้น เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ซึ่งเป็นวันรุ่งขึ้นหลังจากที่เสด็จมาถึงและพบเบญจวัคคีย์ คือ วันอาสาฬหบูชานั่นเอง



เมื่อได้โอกาสอันควรที่จะแสดงธรรมโปรดพระปัญจวัคคีย์ พระพุทธองค์จึงประกาศพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร หรือการปฐมเทศนาครั้งแรกในโลก ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวันแห่งนั้น พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมในเรื่องถึงที่สุดสองอย่าง คือ การพัวพันหนักในกามสุข และการประกอบกรรม อันเป็นการทรมานตัวเองให้เหนื่อยเปล่า ว่าไม่ใช่ทางแห่งความหลุดพ้น และทรงชี้ทางให้ดำเนินตาม มัชฌิมาปฏิปทา คือทางสายกลางที่เรียกว่า “มรรค” มีองค์ ๘
คือทางที่ทำให้ผู้ดำเนินตาม เป็นพระอริยะนั้นเอง

องค์ ๘ นั้น มีอะไรบ้าง?
องค์ ๘ นั้น คือปัญญาความเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีวิตชอบ ความเพียรชอบ ระลึกชอบ และตั้งใจชอบ
มัชฌิมาปฏิปทานี้ พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้แล้ว ว่าเป็นธรรมะที่ทำดวงตาปรีชาญาณให้สว่าง เป็นไปเพื่อความสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน

ทุกข์ เป็นสัจจะของพระอริยบุคคล คือ ความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์ ความแห้งใจ ความรำพัน ความเจ็บไข้ ความเสียใจ ความคับใจ เป็นทุกข์ ความประจวบด้วยสิ่งไม่เป็นที่รัก ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นทุกข์ ความปรารถนาไม่สมหวังเป็นทุกข์
ทุกขสมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์ เป็นสัจจะของอริยบุคคล คือ ตัณหา ความทะยานอยาก ทำให้มีภพมีชาติ สหรคตด้วยความกำหนัดยินดี เพลิดเพลินในอารมณ์นั้นๆ
ตัณหา ที่ประกอบด้วย
กามตัณหา คือ ความทะยานอยากในอารมณ์ที่ใคร่
ภวตัณหา คือ ความทะยานอยากในความมีความเป็น
วิภวตัณหา คือ ความทะยานอยากในความไม่มีไม่เป็น
ตัณหาทั้ง ๓ ประการนี้ จึงเป็นเหตุให้เกิดทุกข์
ทุกขนิโรธ ความดับทุกข์ เป็นสัจจะของอริยบุคคล คือ ความดับตัณหาทั้ง ๓ นั้น ให้หมดสิ้นไป เป็นอเสสวิราคะ ความสละ ความวาง ความปล่อย ความไม่พัวพันซึ่งตัณหานั้น จึงจะเป็นความดับทุกข์
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ทางเข้าถึงความดับทุกข์ เป็นสัจจะของอริยบุคคล ได้แก่ อริยมรรค ทางมีองค์ ๘ นี้ เป็นทางถึงความดับทุกข์



พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสเล่าให้ภิกษุสงฆ์ฟังภายหลังว่า "ตถาคต ผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ประกาศ อนุตตรธรรมจักร ให้เป็นไปแล้ว ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้นครพาราณสี เป็นธรรมจักรที่สมณะ หรือพราหมณ์ เทพ มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก จะต้านทานให้หมุนกลับไม่ได้ ข้อนี้คือการ บอก การแสดง การบัญญัติ การแต่งตั้ง การเปิดเผย การจำแนก และการทำให้ตื่น ซึ่งความจริงอันประเสริฐสี่ประการ ได้แก่
๑. ความจริงอันประเสริฐคือความทุกข์
๒. เหตุให้เกิดทุกข์
๓. ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์
๔. หนทางทำผู้ปฏิบัติให้บรรลุถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์

สรุปได้ว่าพระพุทธองค์ทรงเห็นสังขารทุกข์ของสัตว์มนุษย์ทั้งปวงว่า เมื่อเกิดมาแล้วมันมีแต่ทุกข์ทั้งนั้น จะต้องแก่ เจ็บ ตาย เป็นต้น แล้วก็มาเกิดอีก หมุนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อยไปเป็นลูกโซ่ เราจะทำอย่างไรเล่าที่จะไม่ต้องมาแก่ เจ็บ ตาย และทนทุกข์ทรมาน รวมถึงทุกข์อื่นๆในขณะดำรงชีวิต เช่น ความโศก ความรำพัน เป็นต้น มีทางเดียวคือเลิกเกิด ทำอย่างไร มันถึงจะเลิกเกิดได้ ที่เราต้องเวียนเกิดเวียนตายกันอยู่นี้ ก็เพราะอวิชชา เราต้องทำลายอวิชชาให้หมดไป คือ มารู้และปฏิบัติตามความจริงอันประเสริฐสี่ประการที่เรียกว่า อริยสัจจ์ ๔ นี้ นั่นเอง

ท่านโกณฑัญญะ ผู้เป็นหัวหน้าตั้งใจฟังไปตามกระแสแห่งพระธรรมเทศนา ก็ได้ปัญญาเห็นธรรม ปราศจากมลทิน คือ โสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งทั้งปวงเหล่านั้น ก็จะต้อง มีความดับไปเป็นธรรมดาเช่นกัน" เมื่อพระองค์ทรงทราบว่า ท่านโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว จึงเปล่งพระอุทานว่า "โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอๆ" แล้วพระโกณฑัญญะจึงทูลขออุปสมบท ก็โปรดอนุญาตให้เป็นภิกษุ ด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา เป็นการประทานอุปสมบทครั้งแรกในพระศาสนา ฉะนั้น พระอัญญาโกณฑัญญะ จึงเป็นพระสงฆ์องค์แรก เป็นพระอริยบุคคลองค์แรก และเป็นพระสาวกองค์แรกในพระพุทธศาสนานี้ เป็นอันว่า พระรัตนตรัย คือ พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า ได้เกิดขึ้นบริบูรณ์ในกาลแต่บัดนั้น

*************

ร้านเจริญชัยการช่าง เปรียบเสมือนห้างสรรพสินค้าสำหรับชาวพุทธ

ทำหน้าที่รวบรวม งานศิลปกรรม งานศิลป และ เครื่องใช้ภายในวัด

พร้อมเครื่องใช้สำหรับพระภิกษุสงฆ์ จากหลายโรงงาน

และหลายช่างฝีมือ ไว้ในที่นี้ที่เดียวเพื่ออำนวยความสะดวก

ให้กับผู้มีอุปการะทุกท่าน ได้เลือกใช้ เพื่อถวายวัด หรือ

ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์

ขอเรียนเชิญแขกทุกท่านมาเยี่ยมชมสินค้าภายในร้านนะครับ

เรามีสินค้าอีกมากมายที่ไม่ได้ลงใน Website

WE WOULD LIKE TO INVITE ALL OF YOU TO MY SHOP.

AT SHOP, WE HAVE PRODUCT MORE THAN IN WEBSITE.

******************

กรุณาโทร เข้าเบอร์ร้าน

02-2224800 หรือ 02-2220550

02-2239119 หรือ 02-2219660

02-2258602 หรือ 02-2218952

FAX 02-225-8600 หรือ 02-225-2339

*************************

ช่วงเวลาทำงาน

วันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลาทำการ 8:00-18:30

วันอาทิตย์ เวลาทำการ 8:00-14:00

*************************

นามบัตรร้าน แผนที่มาร้าน

***********

คุณคือผู้เข้าเยี่ยมชมลำดับที่ hit counters.

***********

To Mr.Somrerk

To Miss.Walaiphan

***********

แผนที่ไปโรงงาน

(QR Code)

***********

ขอโทษด้วยครับ สำหรับลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมสินค้า

ทางร้านต้องขอนำรูปภาพสินค้าออกจาก Website

เนื่องจากมีผู้ไม่ประสงค์ดี ทำการ Copy

รูปภาพสินค้าของทางร้านทั้งหมด

และ Copy งานที่ทางร้านได้ผลิตขึ้น

ทางร้านจึงจำเป็นต้องนำรูปภาพสินค้าออกทั้งหมด

ยังคงเหลือรายการสินค้าให้ท่านทราบเท่านั้น

ถ้าลูกค้าท่านใดสนใจจะสั่งซื้อสินค้า

รบกวนมาเยี่ยมชมสินค้าที่ร้านนะครับ

**********

นามบัตรร้าน

หมายเลขบัญชี ธนาคาร สำหรับโอนเงิน

********